สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  




อนุพงษ์ อัศวโภคิน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกท้าทายวิธีคิดในการทำงานมากขึ้นทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ถามว่าจุดเปลี่ยนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในวันนี้คืออะไร แน่นอนว่าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นเรื่องพื้นฐานที่ส่งอิทธิพลต่อการเติบโตของภาคธุรกิจนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจุดเปลี่ยนหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ภาพผู้แข่งขันในธุรกิจเปลี่ยนไป จากเดิมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วเราอาจจะเห็นภาพการแข่งขันที่เป็นเรื่องของปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ในวันนี้คือ รายใหญ่ที่มีความพร้อมเท่าๆ กันแข่งขันกันเองอย่างดุเดือด ทั้งในเรื่องของพัฒนานวัตกรรมตัวสินค้า การดูแลคุณภาพสินค้า รวมถึงงานบริการหลังการขาย

จริงอยู่ที่การสร้างความแตกต่างทางธุรกิจถือเป็นหัวใจหลักในการอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง แต่ที่เอพีเราเชื่อว่าการแค่เอาตัวรอดนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่องค์กรมุ่งหวัง ซึ่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสร่วมโปรแกรมพิเศษที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ภายใต้ประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั้งโลก คือ ผู้นำจะนำพาองค์กรให้อยู่รอดได้อย่างไร ท่ามกลางสภาวะโลกธุรกิจที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างแรงกระเพื่อมอย่างมากกับธุรกิจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งที่ได้ยินได้เรียนรู้มาในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเข้ามาใกล้เราทุกทีทั้งน่าตื่นเต้นสำหรับคนที่มองเห็นโอกาส แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากสำหรับผู้นำธุรกิจที่ยังไม่ได้เริ่มตั้งหลักให้ดี ซึ่งโจทย์แรกที่ตั้งขึ้นหลักจากเดินทางกลับมาคือ เราจะทำยังไงให้คนในองค์กรขยับตัวได้เร็วพอ ทำยังไงให้คนเอพีทำความเข้าใจกับโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่คนอื่นยังมองไม่เห็น และหนึ่งในกระบวนการที่เราได้เริ่มแล้วคือ การนำหลักสูตรที่คิดค้นขึ้นโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่เรียกว่า Design Thinking ซึ่งเป็นวิธีคิดและกระบวนการที่องค์กรชั้นนำของโลกหลายแห่ง เช่น Google Facebook Adidas และ Amazon ได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างนวัตกรรมให้กับตัวสินค้า และบริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

นอกเหนือจากแนวทางในการยกระดับศักยภาพของคนในองค์กร เพื่อให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงแล้ว ในด้านการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาเอพีถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เราสามารถสร้างยอดขายรวมของสินค้าทั้งกลุ่มคอนโด และแนวราบได้มากถึง 42,900 ล้านบาท นับเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 92% และเกินจากเป้าหมายยอดขายเดิมที่ตั้งไว้ 26,000 ล้านบาทถึง 165% โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดในปีนี้นั้น นอกจากจะมาจากการเปิดตัวสินค้าแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม 22 โครงการใหม่ ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางยอดขายอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมาจากการประสบความสำเร็จในการเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ LIFE จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ LIFE ลาดพร้าว LIFE วิทยุ และ LIFE อโศก-พระราม 9 ซึ่งทั้ง 3 โครงการสามารถปิดการขายได้ประมาณ 90% ตลอดจนสินค้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (Ongoing Projects) อีกกว่า 90 โครงการ ที่มีส่วนสำคัญช่วยผลักดันสู่ความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับทิศการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการนำพาเอพีก้าวขึ้นสู่การเป็น 1 ใน 3 ของผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้พันธกิจสำคัญ คือ การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัย ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการคิดค้นนวัตกรรมดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย และวางแผนจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ เพื่อทำหน้าที่ค้นหา คิดค้น และพัฒนานวัตกรรมที่ส่งเสริม และยกระดับรูปแบบการดำเนินชีวิตสู่ประสบการณ์อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์สู่วิถีใหม่ๆ อย่างครบถ้วนด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เข้าถึงความหมายของคำว่าคุณภาพชีวิตที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ปี 2561 เรามีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนการดำเนินงานใน 5 มิติสู่ความสำเร็จ 1) สานต่อความสำเร็จกับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท 2) เปิดตัวสินค้าระดับ Super Luxury 3) รุกตลาดสินค้าแนวราบ สร้างความต่างด้วยการออกแบบสินค้าที่ตอบความต้องการเฉพาะกลุ่ม 4) ขยายพอร์ตตลาดต่างประเทศ 5) พัฒนานวัตกรรมดิจิตอลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ด้วยความพร้อมด้านทีมงานคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ และพันธมิตรคุณภาพภายใต้ passion เดียวกันที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยคุณภาพ ผมเชื่อว่า เอพี ไทยแลนด์จะสามารถสร้างความแตกต่างและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และนำไปสู่พันธกิจสำคัญในการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่พร้อมส่งมอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต ผ่านการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเท่าทันต่อโลกในอนาคต

ผมในนามของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้นและหุ้นกู้ รวมถึงพันธมิตรทุกท่านที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนเอพีเป็นอย่างดีเสมอมา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะร่วมเดินไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ด้วยกันตลอดไปครับ